Home
-------------------------
  Editorial Board
-------------------------
  Service
       Subscribe
-------------------------
       A guide for authors
-------------------------
       Submit Online
  -------------------------
    Search
         Current Issue
  -------------------------
         Past Issue
  -------------------------
    Contact us
  -------------------------
    Admin Control
-------------------------
 


Sukudom Eiamsophon, MD.
Chunhakasem Chotinaiwattarakul, MD.

Division of Cardiology, Department of Internal Medicine, Siriraj Hospital

Volume 19 No. 1 Month January 2006



Abstract Background : Cardiogenic shock (CS) is the leading cause of death for patients with acute myocardial infarction who alive until hospitalization. Despite the advantages of early percutaneous coronary intervention (PCI) or coronary artery bypass graft surgery (CABG), the mortality rate remains high (~ 50%).In Siriraj Hospital, there were no data about the prevalence of acute coronary syndrome (ACS) with CS.

Objective : The aim of this study is to determine the prevalence of ACS complicated with CS in Siriraj Hospital and to demonstrate the assoiation between the clinical characterisics, treatment strategy and the in-hospital mortality.

Methods : Between January 1999 and December 2004, data were retrospectively collected from 60 consecutive patients admitted with documented acute coronary syndrome (ACS) complicated by shock at Siriraj Hospital.

Results : The study included 60 patients were admitted with ACS with cardiogenic shock, including 32 (53.3%) ST-segment elevation myocardial infarction (STEMI) patients and (46.7%) non ST-segment elevation myocardial infarction (NSTEMI) patients. The mean (SD) age of the patients was 66.4 (10.4) years, 40 (66.7%) patients were men. The overall rate of in-hospital mortality of the study population was 38 (63.3%) patients. Among 41 patients were performed coronary angiogram revealed ; triple vessels disease (TVD) 28 (46.7%) patients, double vessels (DVD) 13 (21.7%) patients, single vessel 8 (13.3%) patients. Treatment strategies included ; percutaneous coronary angioplasty (PTCA) 38 (63.3%) patients, bypass surgery (CABG) 17 (28.3%) patients, intra aortic balloon counter pulsation (IABP) 58 (96.7%) patients, temporary pacemaker 16 (26.7%) patients, dialysis 21 (35%) patients. All STEMI patients were reperfusion therapy ; thrombolysis 8 patients, primary PTCA 20 patients and CABG 5 patients.

Conclusions : Acute STEMI was the leading caused of ACS with cardiogenic shock in Siriraj Hospital. The in-hospitality rate was 63.3%. Although we have many treatment modality for life support, In-hospital mortality was more than previous study. Only one variable that associate with mortality was ST segment elevate myocardial infarction (odds ratio 3.0, [95% confidence interval 1.008,8.927], P=0.045

Keyword : Acute myocaridial infarction, Cardiogenic shock, Complication



Download Full Paper
  Vol19_No1_4.pdf [111 Kb]





ความสัมพันธ์ระหว่างลักษณะของผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันที่มีภาวะช็อกจากกล้ามเนื้อหัวใจล้มเหลวกับอัตราการเสียชีวิตในโรงพยาบาล

ปีที่ 19 ฉบับที่ 1 เดือน มกราคม 2549


สุขอุดม เอี่ยมโสภณ, พบ.
ชุณหเกษม โชตินัยวัตรกุล, พบ.
สาขาหทัยวิทยา, ภาควิชาอายุรศาสตร์คณะแพทยศาสตร์ศิรริชพยาบาล

บทคัดย่อ ความเป็นมาและวัตถุประสงค์งานวิจัย : ภาวะช๊อกจากการทำงานหัวใจล้มเหลว (cardiogenic shock) เป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตในผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน (acute myocardial infarction) ที่ผ่านมาได้มีการพัฒนาดูแลรักษาผู้ป่วยด้วยนวัตกรรมใหม่ แม้กระนั้นก็ตามจากการศึกษาในต่างประเทศยังพบอุบัติการณ์การเสียชีวิตจากภาวะดังกล่าวอยู่ดี. ที่ผ่านมายังไม่มีการเก็บรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลของผู้ป่วยที่มีภาวะช๊อกจากการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจล้มเหลวทำให้ไม่สามารถติดตามสถานภาพและประเมินมาตรฐานการดูแลรักษาและผลกระทบของนวัตกรรมใหม่ต่ออ้ตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยในโรงพยาบาลศิริราชได้ ดังนั้นผู้วิจัยจึงมีความประสงค์จะศึกษาอัตราการเสียชีวิตและอุบัติการณ์ การเกิดภาวะช๊อกในผู้ป่วยดังกล่าวข้างต้น


วิธีดำเนินการวิจัย : การศึกษาเก็บข้อมูลย้อนหลังจากเวชระเบียนผู้ป่วยในระหว่าง เดือนมกราคม พ.ศ. 2544 ถึงเดือนธันวาคม พ.ศ. 2548


ผลวิจัย : จากการศึกษาพบภาวะช๊อกในผู้ป่วยหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน 60 ราย เป็นผู้ป่วยหัวใจขาดเลือดชนิด ST-segment elevation (STEMI) 32 ราย คิดเป็น 53.3%, non ST-segment elevation (NSTEMI) 28 ราย คิดเป็น 46.7%อายุเฉลี่ยของผู้ป่วยประมาณ 66.4 ปี เป็นผู้ชาย 40 ราย คิดเป็น 66.7% โดยมีอัตราการเสียชีวิตภายในโรงพยาบาล 38 ราย คิดเป็น 63.3% ในจำนวนผู้ป่วยทั้งหมดมีการฉีดสีเพื่อดูหลอดเลือดหัวใจ (coronary angiogram) 41 ราย ซึ่งผลการฉีดสีปรากฏว่า มีภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบ 1 เส้น (single vessel disease) 8 ราย คิดเป็น 13.3 %, 2 เส้น (double vessel disease) 13 ราย คิดเป็น 21.7%,  3 เส้น (triple vessel disease) 28 ราย คิดเป็น 46.7% ผุ้ป่วยได้รับการรักษาโดยการถ่างขยายด้วยลูกโป่ง (percutaneous coronary angioplasty) 38 ราย คิดเป็น 63.3%, ผ่าตัดหลอดเลือดหัวใจ (coronary bypass graft surgery) 17 ราย คิดเป็น 28.3%, ใส่เครื่องพยุงหัวใจ (intra aortic counter pulsation) 58 ราย คิดเป็น 96.7%


สรุปผลการวิจัย : อัตราการเสียชีวิตเนื่องจากภาวะช๊อกในผู้ป่วยหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน คือ 63.3% ถึงแม้จะมีการใช้นวัตกรรมใหม่ในการดูแลรักษาผู้ป่วย อัตราการเสียชีวิตในโรงพยาบาลศิริราช ยังมีอัตราสูงอยู่เมื่อเทียบกับการศึกษาในต่างประเทศ ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับอัตราการเสียชีวิตคือภาวะขาดเลือดชนิด ST segment elevation


 




Download Full Paper
  Vol19_No1_4.pdf [111 Kb]
     A guide for authors
   

© Copyright Thai Heart Journal All Rights Reserved.1998-2009