2. Safety and Success Rate of Single Lesion Percutaneous Transluminal

Suphot Srimahachota, MD.
Smonporn Boonyaratavej, MD.
Wasan Udayachalerm, MD.
Surapun Sittisuk, MD.
Taworn Suithichaiyakul, MD.
Somkiat Sangwatanaroj, MD.
Jakrapun Chaipromprasit, MD.
Wacin Buddhari, MD.
Chalard Somabutr, MD.
Duanchai Chayanont, MD.
Pungchai Ngarmukos, MD.
Volume 14 No. 2 Month April 2001


Abstracts  Objectives  :  This  study  was conducted to  compare  the safety and initial  outcomes of reused balloon (RB)  catheter wit new balloon (NB)  catheters for single lesion percutaneous   transluminal   coronary angioplasty  (PTCA).

                                Background : Recently, PTCA  procedures have been used increasingly for the treatment  of patients with coronary heart disease.  In the era of national economic constraint, reused balloon catheters will reduce the cost of expensive imported coronary angioplasty devices. Hence, the data concerning the safety and success rate of  (RB)  catheters  compared  with  NB  Catheters are  needed.

                                Methods :  This is a prospective comparative study between  reused and new  balloon  catheter for single lesion coronary angioplasty. devices.   Data  were  prospectively collected after each procedure and before the patient was discharged over an 18–month period.

                                Results :  From July  96 – December 97, 156 patients (84-NB, 72-RB)  were enrolled. Clinical and lesion characteristics were similar in both groups except the RB group  had  higher  numbers of  acute myocardial infarction cases than the NB Group. There were no statistical differences for case success rate (96.4%  vs. 95.8%) and angiographic success rate balloon rupture rate (96.4% vs. 97.2%)

between the NB and the RB group, respectively. The efficacy of balloon to cross the lesion (94.0% vs. 95.8%), balloon rupture  rate (1.9% vs. 1.0%) and total numbers of balloon used (1.3 ±  0.7 vs. 1.4  ± 0.7)  were also similar in both groups. There were two in-hospital deaths in the RB group but none in the NB groups (p = ns), however, major adverse cardiac events were similar. There were neither infection nor positive blood culture in either group.   

                                Conclusions : in single lesion angioplasty, reused PTCA balloon catheters have comparable safety and success rate as the new ones.

 



PDF File :
2. การศึกษาความปลอดภัยและผลการรักษาในผู้ป่วยที่ได้รับการทำบอลลูนขยายหลอดเลือดหัวใจที่มีการตีบตันของเส้นเลือดตำแหน่งเดียวโดยใช้บอลลูนเก่าเปรียบเทียบกับบอลลูนใหม่

สุพจน์ ศรีมหาโชตะ, พบ.
สมนพร บุณยะรัตเวช, พบ.
วสันต์ อุทัยเฉลิม, พบ.
ถาวร สุทธิไชยากุล, พบ.
สุรพันธ์ สิทธิสุข, พบ.
สมเกียรติ แสงวัฒนาโรจน์, พบ.
จักรพันธ์ ชัยพรหมประสิทธิ์, พบ.
วศิน พุทธารี, พบ.
ฉลาด โสมะบุตร, พบ.
เดือนฉาย ชยานนท์, พบ.
พึงใจ งามอุโฆษ, พบ.
ปีที่ 14 ฉบับที่ 2 เดือน เมษายน 2544


บทคัดย่อ  วัตถุประสงค์  :  เป็นการศึกษาความปลอดภัยและผลการรักษาโดยใช้บอลลูนเก่าเปรียบเทียบกับบอลลูนใหม่ในการทำบอลลูนขยายหลอดเลือดหัวใจในผู้ป่วยที่มีการตีบแคบของเส้นเลือดเพียงตำแหน่งเดียว

                                ภูมิหลัง  :   การทำบอลลูนขยายหลอดเลือดหัวใจนับวันจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในยุที่ประเทศไทยกำลังมีปัญหาทางเศรษฐกิจการนำบอลลูนเก่ามาใช้ในการทำบอลลูนขยายหลอดเลือดหัวใจทำให้ค่าใช้จ่ายลอดลงได้ แต่การศึกษาด้านความปลอดภัยและผลการรักษามีความจำเป็น

                                วิธีการ  :  การศึกษานี้เป็นการศึกษาเปรียบเทียบระหว่างการใช้บอลลูนเก่าและบอลลูนใหม่ในการขยายหลอดเลือดหัวใจโดยการเก็บข้อมูลหลังจากทำหัตถการเสร็จจนถึงก่อนที่ผู้ป่วยจะกลับบ้าน  โดยใช้เวลาศึกษา 18  เดือน 

                                ผลการศึกษา :  ตั้งแต่เดือน  มิถุนายน  2539  ถึง ธันวาคม  2540  มีผู้ป่วยที่ได้รับการทำบอลลูนขยายหลอดเลือดหัวใจจำนวน 156  ราย  (บอลลูนใหม่  84,  บอลลูนเก่า  72)  ลักษณะอาการทางคลินิกและพยาธิสภาพของเส้นเลือดของทั้งสองกลุ่มไม่มีความแตกต่างกันยกเว้นผู้ป่วยในกลุ่มบอลลูนเก่ามีจำนวนผู้ป่วยที่อยู่ในกลุ่ม acute myocardial  infarction มากกว่า ไม่พบความแตกต่างกันในแง่สำเร็จของการรักษาของทั้งสองกลุ่ม (96.4% เปรียบเทียบกับ 95.8%)  และความสำเร็จจาก  angiogram  (96.4% เปรียบเทียบกับ 97.2%) ประสิทธิภาพในการผ่านตำแหน่งที่มีการตีบตัน (94.0% เปรียบเทียบกับ 95.8%),  การแตกของบอลลูน(1.9% เปรียบเทียบกับ 1%) และจำนวนบอลลูนที่ใช้ (1.3  ±  0.7 เปรียบเทียบกับ 1.4 ± 0.7)  ของทั้งสองกลุ่มก็อยู่ในลักษณะเดียวกัน ผู้ป่วยในกลุ่มบอลลูนเก่า 2  รายเสียชีวิตในโรงพยาบาล แต่อย่างไรก็ตาม ไม่พบความแตกต่างในแง่ของการเกิด major adverse cardiac event  ของทั้งสองกลุ่ม  ไม่พบผู้ป่วยรายใดที่มีการเพาะเชื้อในกระแสเลือดผิดปกติ

                                บทสรุป :  ในการทำบอลลูนขยายหลอดเลือดในผู้ป่วยที่มีการตีบตันของเส้นเลือดตำแหน่งเดียว การใช้บอลลูนเก่ามีความปลอดภัยและได้ผลการรักษาดีเทียบเท่าบอลลูนใหม่

 

 



PDF File :